ข้อพิสูจน์ที่บอกว่า “ฟีโรโมน” มีอยู่จริง!!!

กดแชร์
Share

 

ฟีโรโมนกลิ่นเพียงเล็กน้อย แต่ทรงพลัง!!!

แต่เดิมเป็นสิ่งที่มักถกเถียงกันในหลายๆความเชื่อเรื่องของ “กลิ่นกาย” หรือ “ฟีโรโมน” ในมนุษย์ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ นักวิทยาศาสตร์หลายท่าน จึงนำเสนอถึงผลการวิจัยถึงการพิสูจน์เรื่องเกี่ยวกับ”กลิ่นเฉพาะตัวของมนุษย์” ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยกลไกของฮอร์โมนในร่ายกาย มีทั้งฟีโรโมนเตือนภัย ฟีโรโมนตอบสนอง เซ็กซ์ฟีโรโมนที่ทำให้เกิดแรงปราถนา อยากเข้าใกล้ ทำให้คนๆนั้นกลายเป็นคนที่น่าสนใจ ดึงดูดใจเพศตรงข้ามหรือคนรอบกายโดยไม่มีสาเหตุ

กลิ่นฟีโรโมนที่ได้รับนี้เป็นกลิ่นอ่อนๆเพียงบางเบาที่ตัวเราเองเกิดขึ้นเฉพาะบุคคลแต่ทรงพลังอานุภาพที่รุนแรงมากต่อจิตใจโดยเฉพาะต่อเพศตรงข้าม

แม้กลิ่นฟีโรโมนนี้จะเป็นกลิ่นที่อ่อนมากๆจนบางทีไม่สามารถรับรู้ด้วยการดมของเราเลยก็เป็นได้ และมันยังมีโอกาสเปลี่ยนไปตามสภาวะอารมณ์ จิตใจหรือร่างกายในขณะนั้นด้วย

อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ถูกกล่าวถึงว่าสารฟีโรโมนนี้มีอยู่จริงนอกจากสามารถสัมผัสได้จากเพศตรงข้ามแล้ว ยังมีสัตว์อีกบางประเภทที่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นฟีโรโมนในมนุษย์เรา…

เคยสังเกตุหรือไม่! ทำไมสุนัขจำกลิ่นเจ้าของได้!!!

สุนัขมีจมูกที่วิเศษมากด้านการดมกลิ่น เค้าสามารถดมกลิ่นได้ดีกว่ามนุษย์เรามากถึง 40เท่า และมีสัญชาตญาณแห่งการรับรู้และจดจำที่ดีเริ่ส เค้าสามารถเรียนรู้ จดจำสิ่งที่ถูกสอนจากประสบการณ์ และยังดูได้ว่าเจ้านายเค้าอยู่ในสภาวะที่เครียดหรือไม่ หรือกำลังเป็นโรคอะไรอยู่ หรือกระทั่งรู้ว่ากำลังมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น

จมูกของสุนัขจะทำงานร่วมกับอวัยวะพิเศษที่ชื่อว่า Jacobson’s organ หรือ Vomero-nasal organ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อท่อแคบ ๆ 1 คู่ อยู่ที่เพดานแข็งทำหน้าที่รับฟีโรโมน (pheromone) โดยเฉพาะ เห็นได้ชัดเจนจากการที่ สุนัขจะจำเจ้าของได้ จำสิ่งของที่เคยเล่นได้ สามารถแยกแยะได้ว่าใครที่มาเล่นกับเค้ามีกลิ่นสุนัขตัวอื่นติดมาด้วยหรือเปล่า

และสุนัขตัวผู้สามารถรับรู้ได้ว่า สุนัขตัวเมียตัวไหนกำลังติดสัดอยู่กำลังต้องการผสมพันธุ์ โดยเค้าจะเผยพฤติกรรมบางอย่างออกมา เช่น เผยอแล้วยกริมฝีปากบนขึ้น เพื่อให้เนื้อเยื่อส่วนนี้รับสารเคมีได้ดีขึ้น เราเรียกท่าทางแปลก ๆ แบบนี้ว่า Flehmen

สุนัขที่มีหน้ายาว สามารถดมกลิ่นฟีโรโมนได้ดีกว่า สุนัขหน้าสั้น

ในจมูกสุนัข มีเซลล์รับกลิ่นเรียกว่า Olfactory cells จำนวนมาก เค้าสามารถรับกลิ่นที่ลอยมาทางอากาศจากที่ไกลๆได้ ซึ่งสุนัขแต่ละพันธุ์จะมีขนาดไม่เท่ากัน พันธุ์ที่หน้ายาว จะมีพื้นที่ในการรับกลิ่นที่กว้างกว่า จมูกของสุนัขยังมีความพิเศษอีก คือบนจมูกจะมีลายเล็กๆ

ซึ่งลายบนนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแต่สุนัขแต่ละตัว จะซ้ำกันได้น้อยมากๆ เทียบได้กับลายนิ้วมือของมนุษย์เลยทีเดียว ทำให้เค้ามีความไวในการดมที่มากกว่า และสามารถสัมผัสถึงกลิ่นฟีโรโมนได้ชัดเจนกว่านั่นเอง เราถึงมักเห็นสุนัขพันธุ์ใหญ่หน้ายาว ถูกนำมาใช้ฝึกในกระบวนการทางทหาร เป็นสุนัขตำรวจ ค้นหาติดตามยาเสพติด หรือกระทั่ง จับกิ๊ก!!

 

เอกสารอ้างอิง :

Jean-Nicolas Cornu, Géraldine Cancel-Tassin, Valérie Ondet, Caroline Girardet and Olivier Cussenot. 2011. Olfactory Detection of Prostate Cancer by Dogs Sniffing Urine: A Step Forward in Early Diagnosis. European urology. Volume 59, issue 2: pages 183-316

กดแชร์
Share

วิธีการใช้น้ำหอมฟีโรโมน และ วิธีการเก็บรักษา

กดแชร์
Share

น้ำหอมฟีโรโมน คือ สุดยอดน้ำหอมที่ใช้เพียงน้อยนิดแต่สามารถดึงดูดใจเพศตรงข้ามได้แบบน่า มหัศจรรย์ นอกจากอานุภาพดีเริ่สดั่งน้ำมันพรายมหาเสน่ห์แล้ว ยังสามารถโน้มน้าวจิตใจคนรอบข้างได้อีกด้วย ให้คนกลายเป็นมิตร ให้คนรักใคร่เอ็นดู เชื่อใจ ไว้ใจ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวคุณ เปลี่ยนวันธรรมดาให้ดูดี เปลี่ยนคุณให้กลายเป็นคนดูแลตัวเอง เปลี่ยนจิตใจเศร้าหมองให้สดใส เปลี่ยนโสดให้มีคู่ เปลี่ยนคนเจ้าชู้ให้เค้าหยุดอยู่ที่เรา

 

“มั่นใจกว่าเก่า เร้าใจกว่าก่อน เร่าร้อนกว่าใคร ดึงดูดใจกว่าเดิม”

Follow Me น้ำหอมที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ!

 

Follow Me น้ำหอมฟีโรโมนคุณภาพดี

  • สูตรลับเฉพาะคิดค้นโดย Perfumers (นักปรุงน้ำหอม) ประสบการณ์กว่า 30 ปี
  • โดดเด่น ดึงดูดใจด้วยฟีโรโมนบริสุทธิ์ แบบนาโนเทคโนโลยี
  • วัตถุดิบธรรมชาติ (Natural 100%)
  • ทุกส่วนผสมนำเข้าจากประเทศอังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศษ
  • เทคโนโลยี Nano Encapsulated ปลดปล่อยกลิ่นอย่างช้าๆ
  • ติดทนยาวนาน กว่า 8-10 ชม.
  • แอลกอฮอล์ Cosmetic Grade
  • สำรวจความพึงพอใจ จากผู้ชายที่หน้าตาดี โปรไฟล์ดี ดูภูมิฐาน หน้าที่การงานดี กว่า 100 คน
  • ลิขสิทธิ์เฉพาะ Follow Me เท่านั้น

 

วิธีใช้

 

ฉีดพรมบริเวณจุดที่เป็นเสื้อผ้า ในส่วนที่หนาๆ เช่น ปกคอเสื้อ กระเป๋าเสื้อ แขนเสื้อ

หรือฉีดพ่นไปกลางอากาศด้านหน้าจุดที่คุณยืนอยู่แล้ว วิ่งผ่าน ละอองความหอม

จะเกาะลงบนตัวคุณ ให้กลิ่นเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้เฉพาะจุด

สามารถฉีดพรมบริเวณจุดที่เป็นชีพจรได้ ซอกคอ หลังใบหู ข้อพับแขน ข้อพับขา เนื่องจากสินค้าเราใช้แอลกอฮอลล์คอสเมติกเกรด (ใช้สำหรับกลุ่มเครื่องสำอางเท่านั้น) หมดกังวลเรื่องอาการระคายเคือง แต่กลิ่นที่ได้จะไม่ติดทนนานเท่ากับใช้พรมลงที่เสื้อผ้า เนื่องจากสภาพภูมิอากาศบ้านเราเป็นเมืองร้อนชื่อ การพรมลงบนร่างกายจะมีโอกาสระเหยได้ง่ายกว่าใช้กับเสื้อผ้า อีกหนึ่งจุดที่แนะนำสำหรับการพรมน้ำหอมฟีโรโมนคือ ผม! ค่ะ ตรงผมจะติดทนมากและได้กลิ่นหอมละเอียดอ่อน ฟุ้งตลอดทั้งวัน

ไม่แนะนำให้ใช้บริเวณส่วนที่เป็นผิวหนังส่วนที่บอบบางมากเป็นพิเศษ ค่ะ เช่น สะดือ หัวนม อวัยวะเพศ ขาหนีบ รักแร้ เนื่องจากคุณสมบัติของแอลกอฮอล์มีโอกาสทำให้บริเวณนั้นของคุณเปลี่ยนสีเป็นสีดำคล้ำได้

น้ำหอมฟีโรโมนของเรา สามารถพรมได้บ่อยครั้งตามที่ต้องการ และสามารถผสมกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเองได้ โดยการนำกลิ่นที่แตกต่างกันมาฉีดผสมกันค่ะ

วิธีการเก็บน้ำหอมฟีโรโมนควรทำอย่างไร

วิธีการจะดูแลรักษาคุณภาพฟีโรโมนนั้นไม่อยากเลยค่ะ เก็บเหมือนน้ำหอมทั่วไปเลย คือ…

  1. อย่าให้โดนแดด อยากเก็บน้ำหอมฟีโรโมนไว้ในบริเวณที่โดนแดด มีแสงส่อง แดดเลีย หรือไอแดด
  2. ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็น เพราะตู้เย็นมีความชื้นสัมพัทธ์สูง และเมื่อเปิดปิดตู้เย็นทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อยเกินไป เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น ทำให้น้ำหอมฟีโรโมนเสื่อมคุณภาพ
  3. ไม่ควรเก็บไว้ในห้องน้ำหรือห้องครัว ห้องน้ำก็มีความชื้นสัมพัทธ์สูงเช่นกันมีโอกาสทำให้เป็นที่แพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรีย มีโอกาสที่กลิ่นน้ำหอมจะปะปนลงไปในอาหาร และในห้องครัวมีกลิ่นอาหารอยู่ ฟีโรโมนสลายไวและเพี้ยนไปจากเดิม
  4. ไม่ควรเปลี่ยนถ่ายขวดน้ำหอมฟีโรโมนด้วยตัวเอง เพราะจะทำให้เกิดการออกซิไดซ์กับตัวหัวเชื้อและฟีโรโมนและจะทำให้เสื่อมคุณภาพลงอย่างรวดเร็ว
  5. หลังใช้แล้วให้ปิดฝาทุกครั้ง เพื่อกันการระเหยบริเวณหัวฉีด

น้ำหอมฟีโรโมนสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้องได้ แสงไฟในบ้านตามปกติไม่ทำลายประสิทธิภาพน้ำหอมแต่อย่างใด

 

แล้วคุณล่ะคะ ลอง หรือ ยัง?

กดแชร์
Share

ความลับของกลิ่นฟีโรโมน ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

กดแชร์
Share

ความมหัศจรรย์ของกลไกของกลิ่นที่มีผลต่อการรับรู้ของมนุษย์เรานั้นน่าอัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อ

ผลงานวิจัยโดยศาสตราจารย์ Trygg Engen มหาวิทยาลัย Brown University มีการค้นพบ Odor Sensation and Memory ซึ่งก็คือความสามารถในการจดจำกลิ่นของมนุษย์ในระยะยาวนั้น สามารถทำได้มากกว่าการจดจำภาพถึง 10%

และสามารถเชื่อมโยงกับความทรงจำในอดีตได้ สมองของมนุษย์เรามีระบบประสาทส่วนที่รับกลิ่นโดยเฉพาะและจะถูกควบคุมโดย Limbic System ซึ่งเป็นระบบที่ควบคุมความรู้สึกต่างๆ รัก เกลียด ชอบ ทั้งยังสัมพันธ์กับความสามารถด้านศิลปะและดนตรี รวมไปถึง การตอบสนองทางอารมณ์เพศอีกด้วย

ระบบประสาทส่วนนี้จะถูกจดจำไว้โดยกลไกของสมอง ซึ่งสามารถบอกเล่าเรื่องราวไปพร้อมพร้อมกับกลิ่นที่ได้รับในขณะนั้นได้ ทำให้เราสามารถนึกย้อนถึงภาพเรื่องราวในอดีตเมื่อได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นภาพคนรักเก่า สถานะการณ์เก่าๆ ที่เคยอาศัยอยู่ หรือข้าวของที่เคยมีความผูกพันธุ์ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยหลายฉบับที่ชี้ชัดว่า น้ำหอมสามารถช่วยเพิ่มความเป็นปัจเจกของมนุษย์ได้ เพิ่มอารมณ์อยากทางเพศ อารมณ์ความใคร่ ปราถนา ถวิลหา เร่าร้อน และเพิ่มความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์ได้

เมื่อน้ำหอมผสมกับฟีโรโมนในร่างกายเรา จะทำให้ระบบประสาทส่วนควบคุมถูก กระตุ้นและสั่งการไปยังสมองให้ผลิตฮอร์โมนซึ่ง ในปัจจุบันมีการนำมาใช้เพื่อบำบัดรักษาโรคสภาวะทางเพศเสื่อมถอยได้

นอกจากนี้น้ำหอมยังถูกนำมาใช้เป็นศาสตร์ช่วยในการบำบัดภาวะ ความเครียด วิตกกังวล โดยมีการวิจัยการศึกษาเมื่อปี 2010 ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสาร Science พบว่า ผู้ที่สัมผัสกับกลิ่นหอมเป็นประจำจะมีผลภาวะจิตใจที่ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ช่วยบรรเทาการปวดไมเกรน ปวดศรีษะได้ ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย และยังช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับได้อีกด้วย อีกทั้งเพิ่มความเชื่อมั่น และความมั่นใจในขณะใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีนัยสำคัญ

จากการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า 92% มองว่าผู้ชายหรือผู้หญิงที่มีกลิ่นกายที่หอม บ่งบอกได้ว่า”เค้าเป็นคนที่ดูแลตัวเอง” โดยที่มนุษย์เราในแต่ละคนจะมีฟีโรโมนเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน เมื่อฉีดน้ำหอมลงไปจึงทำให้น้ำหอมเปลี่ยนกลิ่นไปตามฟีโรโมนของผู้ใช้

และด้วยกลไกความลับของกลิ่นที่แตกต่างกันออกไปนี้ มันทำให้คนใกล้ตัว สามารถจดจำกลิ่นเรา ได้มากพอๆกับที่เค้าสามารถจดจำใบหน้าเรา สไตล์การแต่งตัว บุคลิกของเราได้เสียอีก และนี่คือความมหัศจรรย์ของกลิ่นที่คุณอาจยังไม่รู้มาก่อนก็เป็นได้

กดแชร์
Share

น้ำหอมฟีโรโมน คืออะไร? ที่มาที่ไปของตำนานเครื่องหอม

กดแชร์
Share

น้ำหอมและสารหอม ถูกค้นพบมานานกว่า 3,000 ปี ไม่พบหลักฐานที่มาที่แน่ชัด

แต่นักโบราณคดีบ่งชี้ได้ถึงร่อยรอยทางประวัติศาสตร์ที่ชี้ชัดซึ่งได้จากภาพ Hieroglyphics

อักษรภาพผนังสลักลงบนแผ่นหินตามผนังถ้ำต่างๆนั้น ระบุถึงการปรุงเครื่องหอมเพื่อนำมาใช้ในพระราชพิธีสำคัญๆต่างๆ

โดยเฉพาะการเก็บรักษาความสมบูรณ์ของมัมมี่ ซึ่งมีความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณว่า กลิ่นหอมจะนำมาซึ่ง”ความสุขที่เป็นนิจนิจรันดร์”

ในยุคอียิปโบราณเครื่องหอมจึงถูกนำมาใช้ในรูปแบบของกำยาน (incense) เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีเครื่องมือในการสกัด

กำยานและเครื่องหอมถือเป็นของหายาก และล้ำค่ามากเทียบเท่ากับอัญมณีซึ่งแน่นอนว่ามีราคาสูงกว่าทองคำด้วยซ้ำ

เพราะในอดีตหลักการของน้ำหนักถูกนำมาใช้เปรียบเทียบมูลค่า

ด้วยเหตุนี้ในยุคแรกๆ กำยานจึงถูกนำมาใช้เฉพาะในพระราชพิธีสำคัญๆ

และใช้สำหรับฟาโรห์เท่านั้น จึงได้มีการบรรจุเครื่องหอมลงไปพร้อมกับร่างกษัตริย์ที่อยู่ในรูปของมัมมี่

ใช้ในการประกอบพิธีบูชาเทพเจ้า จึงนับว่าในสมัยนั้นเครื่องหอมถือเป็นสิ่งเฉพาะที่ผู้มีสิทธิ์ใช้ได้จะมีเพียงฟาโรห์และนักบวชเท่านั้น

 

 

 

ชาวเมโสโปเตเมีย ค้นพบกลไกความหอมที่เกิดจากการ”เผา” คือนำยางไม้ ขี้ผึ้ง เปลือกไม้ ดอกไม้ มาเผาเพื่อให้เกิดกลิ่น

ชาวบ้านมักนำยางไม้ที่มีกลิ่นต่างๆมาผสมรวมกันแล้วนำมาทาตัว

กรรมวิธีการทำกำยาน คือจะนำส่วนผสมหลักจำพวกยางสนที่ให้กลิ่นหอม มาบดรวมกันแล้วนำไปเผาบนถ่านหิน หรือนำมาผสมเข้ากับผลไม้แห้ง เช่นลูกเกด อินทผลัม

แล้วจึงปั้นให้เป็นก้อนกลม ๆ ก่อนที่จะนำไปจุดไฟเพื่อให้กลิ่นหอมของกำยานเป็นควันฟุ้งกระจายออกมาในอากาศ

ตามหลักฐานพบว่าราชินีอียิปต์ในสมัยนั้น พระนาม Hatshepsut ทรงคลั่งใคร้ หลงใหลในกลิ่นหอม พระองค์ได้มีการปรุงน้ำหอมหลากหลายกลิ่นจากดอกไม้ที่นำมาผสมรวมกัน

 

ในศตวรรษที่ 16 น้ำหอมได้แพร่หลายมาสู่ฝรั่งเศส พระราชินีแคทเธอรีน Catherine de’Medici ทรงหลงใหลในกลิ่นหอม และต้องการที่จะพัฒนากินหอมใหม่ใหม่ ถึงกับสรรหาวัตถุดิบในการผลิตน้ำหอมอย่างหลากหลายทั่วประเทศ พระองค์ประทานตำแหน่งช่างปรุงน้ำหอมส่วนพระองค์ สร้างการทดลองห้องทดลองในพระราชวังเพื่อการผลิตน้ำหอมโดยเฉพาะ นี่คือจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมน้ำหอม มาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งในสมัยนั้นมีการผลิต ถุงมือ ถุงน้ำหอม เป็นยุคแห่งแฟชั่นของของถุงมือหอมเลยทีเดียว ทำให้ ” สภาของเทรนท์ ” ( Council of trent ) เปิดจำหน่ายน้ำหอมเป็นธุรกิจสมัยนั้นเนื่องจากความต้องการที่มหาศาล

ในศตวรรษที่ 17 กระบวนการขั้นตอนการสกัดน้ำหอมเริ่มที่จะทันสมัยมาขึ้น มีการคิดค้นกรรมวิธีมากมาย ให้ได้มาซึ่งกลิ่นยอดนิยม อย่าง ซีเวต (Civet) และมัส (Musk) เป็นกระแสแฟชั่นที่นิยมมาก ด้วยกลิ่นที่หอมหวานของดอกไม้และผลไม้ มีกลิ่นใหม่ๆกำเนิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสมัยนั้นจะนำไขสัตว์ มาใส่ในถาดแล้วนำดอกไม้ มาวางเรียงทับเพื่อให้เกิดเป็นกลิ่นที่คงทนมากยิ่งขึ้น นับได้ว่าเป็นยุคบุกเบิกกระบวนการการสกัดที่ได้มาซึ่งความหอมที่ติดทนนาน และได้กลายเป็นแฟชั่นที่ได้รับความพึ่งพอใจในกลิ่นที่หอมหวาน และเกิดเป็น”หัวน้ำหอม”หรือ”แม่กลิ่น”ในยุคนั้น

ในศตวรรษที่ 18 มีการ ผลิตขวดน้ำหอม เพือใช้ในอุตสาหกรรมนี้ มีการเติมน้ำหอมลงไปในถ่านร้อนๆ เพื่อให้เกิดกลิ่นหอม ในวันที่เรียกกันว่า “Ash Wednesday” เถ้าถ่านแห่งวันพุธ ความเจริญก้าวหน้าในด้านอุตสาหะกรรมเคมี จนกระทั่งในศตวรรษที่ 19 ทำให้มีการผลิตน้ำหอมสังเคราะห์ การผลิตน้ำหอมในเชิงทางการค้าได้อุบัติขึ้นในฝรั่งเศส ณ.เมืองกราเซ (Grasse) น้ำหอมความหรูหราความก้าวหน้าเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความรุ่งเรืองในศตวรรษที่ 20 จนได้เข้าสู่สมรภูมิการค้าที่ปราศจากความปราณีในยุคปัจุบัน

 

 

จุดเริ่มต้นของ ฟีโรโมน(Pheromone)

จุดเริ่มต้นที่มาของ “ฟีโรโมน” มาจากการสังเกตุพฤติกรรมของแมลง ซึ่งพบว่าแมลงบางชนิดจะปล่อยสารชนิดหนึ่งออกมาเพื่อเรียกความสนใจจากเพศตรงข้าม

พฤติกรรมบางอย่างถูกใช้ร่วมกับฟีโรโมนอย่างมหัศจรรย์ ยกตัวอย่างเช่น พฤติกรรมการผสมพันธุ์ของผึ้งนางพญากับผึ้งตัวผู้ ซึ่งจะผสมพันธุ์กันกลางอากาศ ก่อนที่จะมีการผสมพันธุ์

ผึ้งตัวผู้จะบินออกไปรวมกลุ่มกันก่อน “จุดรวมผึ้งตัวผู้” ทันทีที่ได้กลิ่นจากผึ้งนางพญา ผึ้งตัวผู้จะบินตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

ตัวแรกที่บินไปถึงก่อนจะมีโอกาสได้ผสมพันธุ์กับผึ้งนางพญา เมื่อผสมพันธุ์เสร็จแล้ว อวัยวะสืบพันธุ์จะขาดออกจากตัว ทำให้ตัวผู้ตกลงมาตาย นางพญาผึ้งจะสลัดอวัยวะออกทันทีและสัมพันธ์กับผึ้งตัวผู้ตัวต่อไปจนครบ 10 ตัว จึงจะบินกลับรัง

กลิ่นที่นางพญาผึ้งปล่อยออกมานั่นแหละคือกลิ่นสารเคมีชนิดหนึ่ง หรือที่เรียกว่า “ฟีโรโมน

ฟีโรโมน คืออะไร

ฟีโรโมน(Pheromone) เป็นคำที่มาจาก คำภาษากรีก มาจากรากศัพท์ มีคำ2 ด้วยกันคือ

Pherein แปลว่า นำมาหรือส่งต่อไปให้

Hormone แปลว่า คือ สิ่งเร้าเป็นต้นเหตุของอาการตื่นเต้น ตื่นตัว ปลุกเร้าอารมณ์และความรู้สึก

ฟีโรโมน (Pheromone) เป็นสารเคมีในร่างการชนิดหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์และพืช สามารถผลิตขึ้นเองได้ด้วยการหลั่งหรือขับออกมา ทำให้เกิดการกระตุ้นตอบสนองมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตในสปีชี่ส์เดียวกัน ฟีโรโมนจึงเป็น สารเคมีรูปแบบหนึ่ง ที่สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเช่น ฟีโรโมนเตือนภัย ฟีโรโมนย่อยอาหาร ฟีโรโมนเพศ เป็นต้น

ฟีโรโมนเพศสามารถไปกระตุ้นปลายประสาทบางส่วนในสมอง ส่งผลต่อพฤติกรรมและปฏิกิริยาต่างๆในมนุษย์

นักวิทยาศาสตร์อธิบายถึง ฟีโรโมน เป็นกลไกของสมองส่งผลต่อฮอร์โมนเพื่อดึงดูดความสนใจของเพศตรงข้าม เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น เพื่อให้เกิดการสืบทอดดำรงเผ่าพันธุ์ ซึ่งสัมพันธ์กับสมองส่วนที่คุมอารมณ์ความรู้สึก สัญชาตญาณแต่กลไกการทำงานของสมองส่วนนี้มีความไวมากกว่าสมองส่วนที่เป็นตรรกะ ความคิด ความเฉลียวฉลาด จึงเป็นที่มาของการสรุปข้อสันนิษฐานว่า การรับกลิ่นของคนเรา มาก่อนตรรกกะการใช้เหตุผล ชอบก็คือชอบ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องชอบ

เมื่อกลิ่นกายหรือฟีโรโมน เป็นส่วนสำคัญของการสืบพันธุ์ จึงไม่น่าแปลกใจที่นักปรุงน้ำหอม Perfumer จะต้องสรรหาวัตถุดิบที่มีลักษณะพิเศษของกลิ่นที่มีความเทียบเคียงหรือคล้ายกับกลิ่นของฟีโรโมนที่มนุษย์สร้างขึ้น

กลิ่นอวัยวะใต้ร่มผ้า ตั้งใจจะให้ออกมาคล้ายกลิ่นเป้ากางเกงของคุณผู้ชาย มีส่วนผสมของกลิ่นกล้วยไม้และเห็ดทรัฟเฟิล น้ำหอมท่านหลายๆแบรนด์ถูกนำมาทำเลียนแบบกลิ่นเหงื่อที่อาบชโลมผิวกาย โดยใช้ยี่หร่าเป็นส่วนผสมให้กลิ่นสาบคล้ายรักแร้มนุษย์

และนำกลิ่นจากต่อมบริเวณใต้ท้องกวางชะมด (musk) สำรอกของปลาวาฬ sperm whale(ambergris) และกลิ่นจากต่อมใกล้ทวารหนักของชะมดเช็ด (civet) สกัดเพื่อมาใช้ในส่วนผสมมากมาย กลิ่นเหล่านี้เป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและใช้แค่เพียงนิดเดียวสามารถชูกลิ่นหอมประเภทอื่นๆให้กลมกล่อม ให้ละลายมากขึ้นเสมือนเป็นผงชูรสของความหอมเลยก็ว่าได้ และยังช่วยให้น้ำหอมนั้นติดทนนานมากยิ่งขึ้น

น้ำหอมกลิ่นชะมด (Musk) ได้มาจากต่อมของชะมดตัวผู้ ตรงบริเวณท้องและอวัยวะเพศ muṣká คือ อัณฑะ เป็นแหล่งรวมสารหลายอย่างที่มีกลิ่นคล้ายๆกันแม้ว่าจะมีโครงสร้างทางเคมีต่างกัน และอาจจะเป็นสารที่ได้จากสัตว์อื่นที่ไม่ใช่กวางมี อาจจะได้จากพืช เป็นกลิ่นที่เชื่อว่าคล้ายกับกลิ่นฟีโรโมนมนุษย์

ชะมดเช็ด (civet) ชะมดเช็ด ชะมดเชียง มูสัง (Indian small civet)  เป็นชะมดขนาดเล็ก ขาสั้น หูทั้งสองข้างอยู่ใกล้กัน เมื่อมองไกล ๆ อาจคล้ายแมว ลำตัวสีน้ำตาลเหลืองมีจุดเล็กๆสีดำทั้งตัว ปลายหางมีสีขาว ขาหลังมีต่อมกลิ่นที่ใช้สื่อสารระหว่างพวกเดียวกัน หรือลักษณะกลิ่นคล้ายฟีโรโมน

Ambergris อัมพันทะเล หรือสำรอกปลาวาฬ

Ambergris อัมพันทะเล หรือสำรอกปลาวาฬ คือ “อึ/อ้วก” ของวาฬ (ขึ้นอยู่กับว่ามันจะออกมาทางไหน) ขับถ่ายออกมาจาก “วาฬหัวทุย” โดยวาฬชนิดนี้มักกิน “หมึก” ไขมันหมึกที่ย่อยสลายไม่ได้จะถูกสะสมบริเวณลำไส้และถูกขับถ่ายออกหรือไม่ก็สำรอกออกมา โดยเมื่อแรกที่ถูกขับจะมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปี ได้เกิดปฏิกิริยากับอากาศแสงแดด ระหว่างล่องลอยอยู่ในทะเล แต่ด้วยค่าความถ่วงจำเพาะที่มีน้อยกว่าน้ำทะเลจึงมีคุณสมบัติทางเคมีเปลี่ยนไป ทำให้มีลักษณะเป็นก้อนแข็งสีขาว น้ำตาล เทา หรือดำ ตามระยะเวลาในการทำปฏิกิริยาจนหายเหม็นแล้ว จะมีกลิ่นหอมคล้ายสารจำพวกน้ำมันหอมระเหย ใช้เป็นวัตถุดิบในการสกัดหัวน้ำหอม หรือนำไปแต่งกลิ่นในอาหารหรือไวน์ เป็นที่ต้องการของตลาด จึงทำให้อำพันมีมูลค่าสูงมากถึงกิโลกรัมละหลายหมื่นบาท

กดแชร์
Share

ทำไมผู้ชายถึงชอบกินเด็ก? โดยเฉพาะเด็กมหาลัย?

กดแชร์
Share

ทำไมผู้ชายถึงชอบไปติดเด็กเอ๊าะ โดยเฉพาะเด็กมหาลัย?

นั่นสิ สงสัยใช่ไม๊ล่ะค่ะ วันนี้เราจะเอาข้อเท็จจริงมาถกกันให้ได้เข้าใจกันไปเลย ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

กลิ่นกายที่หอมเป็นเสมือนหนึ่งเครื่องปรุงสำคัญที่จะทำให้ผู้หญิงอย่างเรานั้น”อร่อย แซ่บ น่ารับประทาน” แหม่ะ!! ศรีอยากจะให้ลองนึกภาพตามดูนะคะว่า ถ้าปรุงอาหาร โดยใส่เครื่องปรุงชั้นเลิศ ใส่ทั้งไข่ปลาคาเวียจากทะเลเมดิเตเรเนี่ยน ปลาเก๋าแดงจากฮ่องกง หมักด้วยไวน์จากฝรั่งเศส ปรุงรสด้วยเชฟมิชลินสตาร์ 5 ดาวจากอิตาลี มโนภาพแล้ว โอ้วววว ก๊อชช มันช่างล่ำค่ามหาตะไลอะไรเช่นนี้ แต่ปรากฏว่า ผู้รับประทานนั้นไม่ได้กลิ่นของอาหารเลย แม้ว่าอาหารจะเริศเลอล้ำค่าสมิหราขนาดไหน มันเหมือนกับกินแล้วอร่อยแต่ไม่นัว ไม่กระตุ้นความอยาก กลิ่นมันชืด ไร้ชีวิต ไร้สีสัน เพื่อนๆคือว่าจริงไหม เพราะฉะนั้นกลิ่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราจะปล่อยประละเลยไม่ได้เลยทีเดียว เพราะผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีกลิ่นกายที่หอม มันสื่อถึงบุคลิกภาพที่ดี บ่งบอกว่าคุณเป็นคนดูแลตัวเองดี น่าเข้าหา และดึงดูดใจแถมยังเพิ่มความมั่นใจให้กับเราอีกด้วย

เคยได้ยินคำนี้ไหม?

“ได้กลิ่นแล้ว อยากมีเซ็กซ์ด้วย” บ๊ะ!! บร๊ะๆๆ ศรีอยากจิมาเม้าให้ฟังมาก คือเคยมีคนพูดแบบนี้จริงๆและเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆจะจ้ะจะว่าไป เพื่อนคนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่าแฟนมันพูดแบบนี้แล้วก็สะกิด ยิกๆทันทีที่หล่อนอาบน้ำเสร็จแล้วพรมน้ำหอมเบาๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ กลิ่นที่ดีกลิ่นที่โดนใจและดึงดูดให้อยากทนุถนอม เพราะส่งผลต่ออารมณ์ทางเพศอย่างมาก

มันเป็นกลไกร่างกายที่ส่งผลต่อประสาทที่ไปกระตุ้นฮอร์โมนทางเพศ ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไม๊คะว่าในอดีตเคยมีการค้นพบฟีโรโมนในมนุษย์ สืบเนื่องมาจากปฏิกิริยาการปล่อยกลิ่นเฉพาะตัวของสัตว์จำพวกแมลง และมีผลงานวิจัยที่ออกมารองรับเรื่องของการใช้กลิ่นมาบำบัดภาวะความเสื่อมทางเพศอีกด้วย

“ทำไมสามีดิฉัน ไม่ทำการบ้านเลย” มีคุณสาวๆหลายคนอยากถามแต่ไม่สามารถพูดมันออกมาได้ เลยเป็นประเด็นที่เก็บกดและถูกหยิบยกมาเม้าหลังไมค์กัน นี่แหละสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ แล้วมันมีสาเหตุจากอะไรล่ะ? จะบอกว่าจากเพราะความเครียด ความวิตกกังวล พักผ่อนไม่พอนุ่นนั่นนี่ก็อาจจะใช่ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่คุณอาจคิดไม่ถึงก็คือ กลิ่นเดิมๆมันทำให้เกิดอาการเบื่อ เบื่อแบบเฉยชาไป ไม่ปลุกเร้าอารมณ์อย่างว่า หมดความเร้าใจ

สามีบางคนถึงเลือกไปมีกิ๊กมีกั๊ก ไปล้งไปเล้าจน์ แอ๊บแอ้เลี้ยงดูเด็ก เพราะต้องการได้สัมผัสที่คุ้นเคยในอดีต เพราะว่ากลิ่นสำคัญกับสภาวะความจำอย่างมาก ไม่น่าเชื่อเลยว่าเพียงเพราะกลิ่นสามารถทำให้คนนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีตได้ และสื่อถึงมโนภาพที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

อาจจะเป็นกลิ่นที่เขาคุ้นเคยมาแต่ก่อน กลิ่นที่เมื่อได้สัมผัสถึงแล้วทำให้รู้สึกคึกคัก กลิ่นที่ทำให้รู้สึกเสียวซ่านได้อิกครั้ง นั่นคือ “กลิ่นสาบสาว” หรือ”กลิ่นแตกเนื้อสาว”นั่นล่ะจ้า เพราะเหตุนี้เอง”ผู้ชายกว่า 90% ถึงชอบไปติดเด็กๆเอ๊าะๆ เด็กมหาลัย” เพราะกลิ่นพวกนี้มันทำให้เค้าเหมือนกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง

 

แล้วเรามีวิธีสร้างกลิ่นสาบสาวไหม?

มีจ้า!! ฟีโรโมนเป็นสิ่งที่ร่างกายเราสามารถสร้างเองได้จ้า โดยร่างกายเราสามารถผลิตฟีโรโมนเองได้ในแบบเดียวกันกับสัตว์เลย กลิ่นในการเชื้อเชิญ กลิ่นที่ปล่อยออกมาเมื่อต้องการการผสมพันธุ์ โดยในร่างกายเรา จะมีการสร้างฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองสั่งการให้เรามีกลิ่นเป็นพิเศษเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร กลิ่นนี้จะสามารถ รับรู้ได้ในบางจุดของร่างกาย เช่น ซอกคอ หัวนม สะดือ แผ่นหลังบริเวณไททรอย อวัยวะเพศ ทำไมถึงมีคนเคยบอกว่า “ต้องไม่อาบน้ำสัก 3 วัน จะได้มีกลิ่นฟีโรโมนแรงขึ้น” ก็เพราะว่าเมื่อพอเวลาเราอาบน้ำ ฟีโรโมนที่อยู่ตามต่อมเหงื่อ ก็จะถูกชะล้างออกไปด้วยนั่นเอง แต่ไม่ได้แปลว่าไม่อาบน้ำแล้วฟีโรโมนจะแรงขึ้นนะจ้ะ มัน เอิ่บ! จิเป็นความโสโครกได้ แทนที่กะจะได้แฟน อาจจะได้มะเหงกมาแทนได้

 

วิธีการที่จะสร้างเสน่ห์ ให้ดึงดูด โดนใจเพศตรงข้ามด้วยฟีโรโมนที่ง่ายที่สุดคือ …

“การโสด” ผลจากการวิจัยพบว่า ผู้หญิงหรือผู้ชายที่โสดและพร้อมต้องการที่จะมีคู่ร่างกายสามารถสร้างกลไกการผลิตฟีโรโมนธรรมชาติได้ดีกว่าผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีแฟนแล้ว !!

และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ “คนที่มีอารมณ์ขัน” คนที่ไม่คิดมาก เป็นคนสนุกสนาน มีอารมณ์ขัน จะผลิตฟีโรโมนร่างกายเป็นบวกและเป็นฟีโรโมนแห่งความเป็นมิตร น่าเข้าหา น่าสนใจ ได้มากกว่า คนที่อยู่ในสภาวะอารมณ์ที่เคร่งเครียด

หรือถ้าคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเหล่านี้ได้ก็แนะนำให้ไปลองเป็นน้ำหอมฟีโรโมนไปเลยจ้าเลือกดีๆเอาที่น่าเชื่อถือ มีส่วนช่วยนะให้เราพราวเสน่ห์มากยิ่งขึ้นแบบปุ๊บปั๊บรับโชคเรยทีเดียว

 

แล้วคุณล่ะคิดว่าตัวเอง มีกลิ่นสาบสาวไหม?

กดแชร์
Share

น้ำหอมฟีโรโมนมีจริงไหม? คืออะไร?

กดแชร์
Share

 

ฟีโรโมน คืออะไร ?

ฟีโรโมน(Pheromone) เป็นคำที่มาจาก คำภาษากรีก มาจากรากศัพท์ มีคำ2 ด้วยกันคือ

Pherein แปลว่า นำมาหรือส่งต่อไปให้

Hormone แปลว่า คือ สิ่งเร้าเป็นต้นเหตุของอาการตื่นเต้น ตื่นตัว ปลุกเร้าอารมณ์และความรู้สึก

 

ฟีโรโมน (Pheromone) เป็นสารเคมีในร่างการชนิดหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์และพืช สามารถผลิตขึ้นเองได้ด้วยการหลั่งหรือขับออกมา ทำให้เกิดการกระตุ้นตอบสนองมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตในสปีชี่ส์เดียวกัน ฟีโรโมนจึงเป็น สารเคมีที่ถูกสร้างขึ้นให้สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเช่น ฟีโรโมนเตือนภัย ฟีโรโมนย่อยอาหาร ฟีโรโมนเพศ เป็นต้น ฟีโรโมนเพศสามารถไปกระตุ้นปลายประสาทบางส่วนในสมอง ส่งผลต่อพฤติกรรมและปฏิกิริยาต่างๆในมนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์

นักวิทยาศาสตร์อธิบายถึง ฟีโรโมน เป็นกลไกของสมองส่งผลต่อฮอร์โมนเพื่อดึงดูดความสนใจของเพศตรงข้าม เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น เพื่อให้เกิดการสืบทอดดำรงเผ่าพันธุ์ ซึ่งสัมพันธ์กับสมองส่วนที่คุมอารมณ์ความรู้สึกอยาก สัญชาตญาณ แต่กลไกการทำงานของสมองส่วนนี้มีความไวมากกว่าและตอบสนองได้เร็วกว่าสมองส่วนที่เป็นตรรกะ ความคิด ความเฉลียวฉลาด จึงเป็นที่มาของการสรุปข้อสันนิษฐานว่า การรับกลิ่นขอมนุษย์เรา มาก่อนตรรกกะการใช้เหตุผลซะอีก กลิ่นที่ชอบก็คือชอบ โดยไม่มีเหตุผลที่จะต้องชอบ อยากเข้าหาก็คืออยากเข้าหา ได้กลิ่นกายแล้วเกิดอารมณ์ได้โดยไม่มีสาเหตุ

และเมื่อกลิ่นกายหรือฟีโรโมน เป็นส่วนสำคัญของการสืบพันธุ์ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นักปรุงน้ำหอม Perfumer จะต้องสรรหาวัตถุดิบที่มีลักษณะพิเศษของกลิ่นที่มีความเทียบเคียงหรือคล้ายกับกลิ่นของฟีโรโมนที่มนุษย์สร้างขึ้น ให้เสมอกับกลิ่นของอวัยวะใต้ร่มผ้า ซอกคอ หัวนม สะดือ หรือน้ำที่หลั่งออกมาในขณะที่กำลังจะมีเพศสัมพันธ์ กระทั่งตั้งใจคิดกลิ่นให้ออกมาคล้ายกลิ่นเป้ากางเกงของคุณผู้ชาย มีส่วนผสมของกลิ่นกล้วยไม้และเห็ดทรัฟเฟิลเป็นต้น น้ำหอมท่านหลายๆแบรนด์ถูกนำมาทำเลียนแบบกลิ่นเหงื่อที่อาบชโลมผิวกาย โดยใช้ยี่หร่าเป็นส่วนผสมให้กลิ่นสาบคล้ายรักแร้มนุษย์ หรือกลิ่นสาปสาวของเนื้อผิวขาวเนิ่นหน้าอกของสาวแรกรุ่น มีการนำกลิ่นจากต่อมบริเวณใต้ท้องกวางชะมด (musk) สำรอกของปลาวาฬ sperm whale(ambergris) และกลิ่นจากต่อมใกล้ทวารหนักของชะมดเช็ด (civet) สกัดเพื่อมาใช้ในส่วนผสมมากมาย กลิ่นเหล่านี้เป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและใช้แค่เพียงนิดเดียวสามารถชูกลิ่นหอมประเภทอื่นๆให้กลมกล่อม ให้ละลายมากขึ้นเสมือนเป็นผงชูรสของความหอมเลยก็ว่าได้ และยังเป็นดั่งสารตรึงกลิ่นที่ช่วยให้น้ำหอมนั้นติดทนนานมากยิ่งขึ้น

 

น้ำหอมกลิ่นชะมด (Musk)

ได้มาจากต่อมของชะมดตัวผู้ ตรงบริเวณท้องและอวัยวะเพศ muṣká คือ อัณฑะ เป็นแหล่งรวมสารหลายอย่างที่มีกลิ่นคล้ายๆกันแม้ว่าจะมีโครงสร้างทางเคมีต่างกัน และอาจจะเป็นสารที่ได้จากสัตว์อื่นที่ไม่ใช่กวางมี อาจจะได้จากพืช เป็นกลิ่นที่เชื่อว่าคล้ายกับกลิ่นฟีโรโมนมนุษย์

 

ชะมดเช็ด (civet)

ชะมดเช็ด ชะมดเชียง มูสัง (Indian small civet)  เป็นชะมดขนาดเล็ก ขาสั้น หูทั้งสองข้างอยู่ใกล้กัน เมื่อมองไกล ๆ อาจคล้ายแมว ลำตัวสีน้ำตาลเหลืองมีจุดเล็กๆสีดำทั้งตัว ปลายหางมีสีขาว ขาหลังมีต่อมกลิ่นที่ใช้สื่อสารระหว่างพวกเดียวกัน หรือลักษณะกลิ่นคล้ายฟีโรโมน

 

Ambergris อัมพันทะเล หรือสำรอกปลาวาฬ คือ “อึ/อ้วก” ของวาฬ (ขึ้นอยู่กับว่ามันจะออกมาทางไหน) ขับถ่ายออกมาจาก “วาฬหัวทุย” โดยวาฬชนิดนี้มักกิน “หมึก” ไขมันหมึกที่ย่อยสลายไม่ได้จะถูกสะสมบริเวณลำไส้และถูกขับถ่ายออกหรือไม่ก็สำรอกออกมา โดยเมื่อแรกที่ถูกขับจะมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปี ได้เกิดปฏิกิริยากับอากาศแสงแดด ระหว่างล่องลอยอยู่ในทะเล แต่ด้วยค่าความถ่วงจำเพาะที่มีน้อยกว่าน้ำทะเลจึงมีคุณสมบัติทางเคมีเปลี่ยนไป ทำให้มีลักษณะเป็นก้อนแข็งสีขาว น้ำตาล เทา หรือดำ ตามระยะเวลาในการทำปฏิกิริยาจนหายเหม็นแล้ว จะมีกลิ่นหอมคล้ายสารจำพวกน้ำมันหอมระเหย ใช้เป็นวัตถุดิบในการสกัดหัวน้ำหอม หรือนำไปแต่งกลิ่นในอาหารหรือไวน์ เป็นที่ต้องการของตลาด จึงทำให้อำพันมีมูลค่าสูงมากถึงกิโลกรัมละหลายหมื่นบาท

กดแชร์
Share