7 เทคนิคสร้าง”ความมั่นใจ” เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าสังคม

กดแชร์
Share

 

เพราะการเข้าสังคม หรือการออกงานสังคมเป็นสิ่งที่จำเป็นมากนะคะโดยเฉพาะสังคมไทยเรา เรื่องคอนเน็คชั่นเป็นสิ่งสำคัญมาก คอนเน็คชั่นส์ดีจะเป็นใบเบิกทางที่ดี จะทำอะไรก็ง่าย ราบรื่น

ตัดภาพไปตอนขับรถผิดเลนส์โดนตำรวจจับ ถ้าไม่เอาเงินยัดตรงนั้นเลย! หรือโทรหาคนใหญ่คนโตเลย คือก็ต้องเสียตังค์แน่ๆ จริงไม๊ล่ะ

จะค้าขายก็ต้องคอนเน็คชั่นส์ดี มีคนรู้จักที่ตำแหน่งทางราชการดี นักธุรกิจก็จำเป็นมากขาดไม่ได้ ไหนจะงานอีเว้นต่างๆมากมาย ก็ไม่แปลก ถ้าคุณจะมีโอกาสได้เห็นคอร์สเรียน พัฒนาบุคลิกภาพ ราคาหลัก 4หมื่น-5หมื่น บาทเลยทีเดียว เพื่อให้ได้เรียนรู้ถึง เทคนิคในการเข้าสังคม หรือ SQ (Social Quotient)

ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไรดีเมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปออกงานสังคม หรือผู้ที่มักมีอาการประหม่าไม่ชอบเข้าสังคม

หรือผู้ที่เข้าสังคมได้อยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่าอย่างไหนควรทำ ไม่ควรทำ ถึงตอนนี้ไม่ต้องไปจ่ายตังค์ค่าคลอสแพงๆแล้ว รวบรวมมาแนะนำกันสั้นๆเข้าใจง่ายๆค่ะ

 

  1. แต่งตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
    แน่นอนว่าคนเราเมื่อเจอกันครั้งแรกอาจจะมองที่บุคลิกภาพแรกเห็น เป็นสำคัญ (First Impression) คนที่แต่งตัวดีจะถูกมองเป็นคนที่มีการดูแลตัวเองและมีบุคลิกภาพที่ดี นอกจากนี้การแต่งกายมีผลต่อความรู้สึกทั้งที่คุณมีต่อตนเอง และต่อคน รอบข้างที่มองมาที่คุณ ถ้าคุณแต่งตัวดีคุณจะมั่นใจ เพราะเสื้อผ้ายังเป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนาที่ดีและเป็นสิ่งที่คนอื่นจะพิจารณาคุณเป็นอย่างแรก ขณะที่เขาไม่รู้เลยว่าคุณเป็นคนยังไง แต่ก็จะตัดสินคุณจากเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ก่อน ถึงไม่ต้องแปลกใจเลยถ้าเราจะเห็นอาชีพเซลล์ใส่สูทผูกไทท์ตลอดเวลา กางเกงเนี๊ยบ รองเท้าเงา เพราะมันส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า…
  2. เสื้อผ้า-หน้า-ผม ต้องไปในทางเดียวกัน และถูกจริตกับงาน
    สำหรับคุณผู้ชายอาจเป็นอะไรที่ง่ายหน่อย แค่เซทผม แต่งตัวดีๆหน่อย บุคลิกก็จะดูดีขึ้นแล้ว ส่วนคุณผู้หญิงอันนี้ต้องเยอะนิดนึง ควรมีเมคอัพบนใบหน้าบ้าง ก็เพิ่มความน่าสนใจและความมั่นใจ “แต่งแต่หน้า แต่เสื้อผ้าแย่”ก็ไม่ไหวนะจ๊ะ ผมเผ้าก็ต้องทำให้ดูดี กระเป๋า รองเท้า มาเต็มแต่นอกเหนือจากนี้ต้องดูลักษณะงานด้วยนะคะว่างานที่เราไปออกเป็นลักษณะงานอย่างไหน การแต่งหน้าทำผมควรแต่งให้เป็นมูดแอนโทนเดียวกันกับการแต่งกาย เช่นถ้าไปงาน เดินวิ่งการกุศล ใส่จั๊มสูท หน้าเต็ม ติดขนตา 2 ชั้นไป อันนี้เจ้าของงานนั้นก็คงต้องเรียนเชิญไปเดินไปงานถัดไปก่อนนะฮร้ะ ไปงานปาตี้สละโสดของเพื่อนจะมาใส่สูทผูกไทท์ก็ออกจะดูโอเว่อร์ไปหน่อย ส่วนถ้าไม่รู้ว่าเค้าแต่งไงกัน ถามได้จ้าถามเลย…
  3. เติมความมั่นใจด้วยกลิ่นน้ำหอม หรือ การแต่งตัว
    ถ้าคุณรู้สึกประหม่าเวลาเข้าสังคม ไม่ว่าจะด้วยภายนอก ทำนองว่าอายที่จะสวมชุดสีสันสดจนเกินไป หรือภายใน เช่น เข้าไปแล้วไม่รู้จะไปคุยกับใครดี ไม่รู้จะไปนั่งอยู่จุดไหน ไปงานสัมมนาก็กล้าๆกลัวๆที่จะยกมือถาม วิธีคือ ให้คุณใส่อะไรก็ได้ที่ทำให้คุณรู้สึกมีพลังและมีเสน่ห์ วิธีนี้จะช่วยให้คุณพกพาความมั่นใจเวลาที่ต้องไปมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เช่น Follow Me TUXEDO น้ำหอมที่เป็นยูนิเซ็กส์ คือใช้ได้ทั้งผู้ชาย ผู้หญิงไม่หอมหวานเลี่ยนจนเกินไป กลิ่นเป็นที่ชื่นชอบทั้งผู้ชายผู้หญิง หรือ ถ้าคุณเป็นผู้หญิง เราก็แนะนำ Follow Me Please ซึ่งเป็นน้ำหอม
  4. แสดงทัศนคติบวกเสมอ
    การเข้าสังคมนั้น อย่าได้เป็นตัวของตัวเองมากจนเกินไป เพราะเราไม่รู้ว่าคนอื่นเค้าคิดกับเราอย่างไร คนเกิดมาต่างพ่อต่างแม่ต่างฐานะกันอย่าหวังว่าเค้าจะคิดเหมือนเราไปซะหมด ระวังอย่าเผลอแสดงความคิดเห็นอะไรที่เป็นการตัดสินใคร ตอบคำถามหรือพูดจาอย่าได้ตำหนิใคร พูดเป็นกลางๆเข้าไว้ มีอารมณ์ขันบ้าง แสดงความคิดเห็นได้แต่ขอให้เป็นในแง่บวก เช่น “ชอบลายเนคไทของคุณจังค่ะ งานประณีตมากเลยค่ะ” หรือ “ฉันตามหารองเท้าแบบเดียวกันกับคู่นั้นมาตั้งนานแน่ะค่ะ คุณไปได้มาจากที่ไหนคะ”การเข้าสังคมเก่งเป็นทักษะอย่างหนึ่ง อาจจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับใครหลายหลายคนเนื่องจาก เค้ามีโอกาสได้ออกงานสังคมบ่อยและได้เรียนรู้ว่า อะไรควรอะไรไม่ควร ซึ่งคุณเองก็สามารถเป็นคนเข้าสังคมเก่งได้ แม้ว่าคุณเป็นคนขี้อายและการไม่ชอบเข้าสังคมเองก็ตาม ลองมานั่งทบทวนดูว่าเราอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเองกันบ้าง แล้วเริ่มลงมือทำกันเลย….
  5. หาวิธีลดความประหม่า
    ลองสำรวจตัวเองดูว่า เราเป็นคนขี้อายและไม่ชอบออกงานสังคมเป็นเพราะอะไร อะไรเป็นสิ่งที่กวนใจเราอยู่ตอนนี้ มันทำให้เรารู้สึกประหม่าและไม่สบายใจตอนรู้ว่าจะต้องไปออกงานสังคม เป็นไปได้ว่า คุณอาจรู้สึกว่ามีแต่คนใส่หน้ากากเข้าหากันเลยเกิดลักษณะฝังใจ ถ้าเป็นประเภทนี้ก็เพียงคุณปรับเปลี่ยนความคิดเท่านั้น หรือถ้าคุณเป็นคนขี้อายเก็บตัวให้หาวิธีใดก็ได้ ที่จะช่วยลดความประหม่าลงได้ อาจจะชวนเพื่อนไปด้วยก็ได้ หรือทุกครั้งที่ออกงานให้ยิ้มเยอะเยอะ ยิ้มไปพูดไป ฝึกการเดินการวางตัว สิ่งเหล่านี้จะช่วยคุณได้เยอะเลยทีเดียว หรือลองนึกถึงเมื่อสถานการณ์ที่มักทำให้คุณเกิดอาการ”เขินอาย”ขึ้นมา ร่างกายของคุณตอบสนองต่อสถานการณ์นั้นอย่างไร? คุณมีแนวโน้มที่จะทำอะไร? นี่คือเทคนิคการฝึกเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเอง
  6. เรียนรู้วิธีการสร้างบทสนทนาที่ดี
    เมื่อคุณเริ่มผ่อนคลายขึ้น สบายใจขึ้น พร้อมที่จะเข้าหาคนอื่นแล้วให้เค้าเริ่มเรียนรู้วิธีการสร้างบทสนทนาที่เป็นกันเองแต่ต้องมีสเน่ห์ อย่ากดดันว่าจะต้องทำตัวเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวคุณ การเป็นตัวของตัวเองนั้น เป็นการสร้างความมั่นใจที่ดีที่สุด!! แต่ในทุกทุกคนมักจะมีมุมลบเป็นของตัวเอง ต้องระมัดระวังเช่นกัน

  7. อย่าเป็นฝ่ายพูดแต่เพียงฝ่ายเดียว
    การเข้าสังคมต้องมีการสนทนากันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เวลาที่มีคนถามคุณแม้เป็นเรื่องสัพเพเหระ ดินฟ้าอากาศ หรือเรื่องข่าวสังคมก็ตาม อย่าลืมถามเขากลับด้วย อย่าได้แต่เป็นผู้ฟังแล้วนิ่งเงียบ เพราะมันจะช่วยให้เกิดบทสนทนาอื่นๆไปได้ไกลขึ้นมาก

สรุป เทคนิคการสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง

การเปลี่ยนแปลงตัวเองจากคนขี้อายไม่ค่อยพูดค่อยจาไปเป็นคนเข้าสังคมเก่งนั้น ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะทำได้ภายในชั่วข้ามคืน มันอาจจะใช้เวลา อาจเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้

ทุกอย่างเกิดขึ้นจากประสบการณ์ พยายามวิ่งเข้าหาประสบการณ์ อย่ารอให้ทุกอย่างมันวิ่งเข้ามาหาคุณ พยายามเริ่มต้นมันทุกครั้งถ้ามีโอกาส อาจจะเป็นในห้องเรียน ห้องประชุม งานสัมมนา งานเลี้ยงทั่วไป งานบวช งานแต่งได้หมด งานอีเวนท์ต่างๆ หรือใกล้ตัวที่สุดก็ใน Facebook ลองไลฟ์สดก็ได้

สุดท้ายนี้เป็นกำลังใจให้ กับทุกๆท่านที่อยากมีความมั่นใจเตรียมตัวเข้าสังคมนะคะ ท่องไว้เสมอว่า “โอกาส เป็น ของ คน ที่ พร้อม เสมอ”b

แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยัง?

กดแชร์
Share