4 วิธีสังเกตง่ายๆว่าน้ำหอมคุณภาพดีหรือคุณภาพต่ำ

กดแชร์
Share

ที่นำวิธีการดูคุณภาพน้ำหอมมาแชร์กัน เพราะว่าบางทีน้ำหอมคุณภาพดี ราคาไม่สูงเหมือนน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ก็มีค่ะ เพราะค่าการตลาดเค้าไม่สูงมาก เขาไม่ต้องมีค่าโฆษณา เขาไม่ต้องมีค่าเช่าพื้นที่ห้างเดือนละ 4-5 แสนต่อเดือน ไม่ต้องจ้างดาราดังๆมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ค่าตัว 6-7 หลัก กลับไปดูที่บ้านก็ได้ว่ามีลักษณะที่คลายกันแบบนี้หรือเปล่า

1.ความใสของเนื้อน้ำหอม

สังเกตุน้ำหอมว่ามีความใส ใสนี่คือใสจริงๆใสแบบที่ต้องมีตะกอนแขวนลอยอยู่นะคะ ปกติจะมีเครื่องมือในการวัดความใสของเนื้อน้ำหอม ราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 กว่าบาท แต่เราใช้หลักการสังเกตุเอาก็พอดูได้อยู่ วิธีการที่ง่ายที่สุดในการทดสอบความขุ่นใสของเนื้อน้ำหอมคือ เอาไฟฉายมาส่องดูค่ะ ว่ามีตะกอนแขวนลอยอยู่ไหม น้ำหอมคุณภาพดีอย่างเช่นน้ำหอมแบรนด์ดังต่างๆ ต้องผ่านกระบวนการสกัด กลั่น กรองอยู่หลายขั้นตอนในขั้นตอน การผลิตนั้นจะมีการทดสอบซ้ำไปซ้ำมา ถ้าส่องไฟแล้วพบว่าเหมือนมีเกร็ดชิ้นๆเล็กๆอยู่อาจแปลว่าคุณโดนเข้าแล้วล่ะ

ส่วนเรื่องของสีน้ำหอมมีโอกาสเป็นไปได้ว่าเมื่อเวลาผ่านสักพักหนึ่ง 1ปี – 2ปีมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มกว่าเดิมโดยเฉพาะหัวน้ำหอมในกลุ่มของซิตรัส เบอกามอทซึ่งปฏิกิริยาทางเคมีของสารกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะทำปฏิกิริยากับความร้อนและแสงยูวี อาจทำให้สีเข้มขึ้นได้ แต่ไม่ได้แปลว่าน้ำหอมเสียนะคะ

 

 

2.ทิ้งลักษณะมันๆบนผิว

น้ำหอมที่มีคุณภาพ ทดสอบการฉีดลงไปที่ผิวเรา แล้วจะทิ้งน้ำมันบางๆติดลงบนผิว วิธีนี้เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด ที่เราสามารถทดสอบเอง และสังเกตเองได้

เนื่องจาก กระบวนการการสกัดน้ำหอมจะได้มาใช้ Natural oil เหมือนน้ำมันสกัดจากดอกไม้หรือเปลือกไม้หรือกระทั่งจากสัตว์ก็ตามให้อยู่ในรูปของออยล์ธรรมชาติที่นำมาเป็นหัวเชื้อน้ำหอม

ตัวเนื้อน้ำหอมจะถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน ที่เป็น หัวเชื้อน้ำหอม สารตรึงกลิ่น และ แอลกอฮอล์ ตัวนี้จะถูกผสมกัน เป็นน้ำหอมพร้อมใช้งาน

เมื่อทดสอบด้วยการฉีดลงบนผิวถ้าไม่มีความมันๆหลงเหลืออยู่ นั่นแปลว่า มีปริมาณหัวเชื้อน้ำหอมที่ เปอร์เซ็นต์ต่ำมาก 1-2% หรืออาจไม่ถึง 1% ซึ่งเจอได้บ่อยครั้งในน้ำหอมปลอม หรือน้ำหอมราคาถูกที่จำหน่ายกัน Ccละ 1บาท 2 บาท

แต่ถ้าน้ำหอมคุณภาพดีพอฉีดแล้วจะเห็นได้เลยว่ามีความมัน เกาะอยู่บนผิวส่วนหนึ่งซึ่งส่วนนี้คือส่วนที่ ทำให้กลิ่นหอมติดทนนานและค่อยๆปล่อยกลิ่นหอมออกมาอย่างช้าๆ ได้นาน 8-10 ชม.หรืออาจมากกว่านั้น เมื่อฉีดลงบนผิวแล้วไม่เกิดอาการคันหรือแสบ ถ้าเกิดอาการเหล่านี้เป็นไปได้ว่าใช้แอลกอฮอลคุณภาพต่ำหรือเป็นหัวน้ำหอมปลอมค่ะ เราอาจสังเกตได้จากที่ข้างกล่องจะระบุปริมาณเปอร์เซ็นต์ของน้ำหอมเอาไว้ว่ามีปริมาณเปอร์เซ็นต์หัวเชื้อน้ำหอมเท่าไหร่

ส่วนผสม Fragance 30% ขึ้นไปถือว่ามีการใช้หัวน้ำหอมในปริมาณที่เยอะมาก เพราะฉะนั้นจะติดทนนานมากที่สุด ยิ่งถ้าระบุเป็น Natural Spray มันแปลว่าเป็นหัวน้ำหอมที่ผลิตขึ้นจากธรรมชาติ 100% เพราะฉะนั้นจะได้กลิ่นที่หอม แตกต่างจากน้ำหอมกลิ่นสังเคราะห์และแน่นอนว่าราคาก็จะสูงกว่าด้วย

 

3.กลิ่นติดทนนาน

อีกหนึ่งวิธีการทดสอบง่ายๆด้วยตัวเองคือทดสอบความทนทานของกลิ่น โดยการฉีดลงบนเนื้อผ้า ขอเป็นส่วนที่หนาๆหน่อยอย่างตรงบริเวณปกคอเสื้อหรือถ้าเป็นเสื้อแขนยาว ฉีดไปตรงข้อมือหรือพับแขนได้เลยค่า การทดสอบเล่นวิธีนี้จะได้ความชัดเจนมากขึ้นว่า การฉีดลงบนตัวหรือลงผมซอกคอข้อพับต่างๆเองก็ตาม เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดการเจือจางของกลิ่น เพราะสภาพอากาศบ้านเราที่ร้อน ถึงร้อนมาก แถมเป็นร้อนชื้นทำให้กลิ่นระเหยออกไปได้ง่ายมาก ส่วนตัวเคยทดสอบเหมือนกันค่ะ เราพกน้ำหอตอนไปเที่ยวเกาหลีกะญี่ปุ่น ฉีดลงบนตัวนี่ติด 24 ชั่วโมงเลย พรมลงปกคอเสื้อ จะบอกว่าอยู่ได้ข้ามวัน เอามาดมนี่ 2-3 วันนะยังได้กลิ่นอยู่เลย น้ำหอมที่ถือว่าติดทนนานคือ 6-8 ชั่วโมงนะคะ ถ้าน้อยกว่านั้นถือว่าเกรดไม่ดี แต่พี่ฝรั่งชอบใช้กันก็คือกลุ่มของโคโลญ เพราะด้วยสภาพอากาศบ้านเขาที่ไม่ใช่เขตเส้นศูนย์สูตรแบบบ้านเรา กลิ่นก็ติดทนมากอยู่แล้ว เอาเป็นว่าถ้ามีน้ำหอมอยู่ที่บ้าน ต้องเอาไปลองทดสอบกันดูนะคะว่าเป็นยังไงบ้าง

 

4.ความซับซ้อนของกลิ่น

แล้วน้ำหอมปลอมอันตรายนั้นหรือไม่?

ก็ตอบได้เลยค่ะว่า ก็คงไม่อันตรายถ้าไม่ใช่สำหรับคนที่แพ้แอลกอฮอล์นะคะ ของปลอมก็ใช้ได้ล่ะมั้งแต่จะเพี้ยนๆหน่อยกลิ่นไม่ทนเลย

ซึ่งสำหรับเราแล้วมันไม่โอเค ถ้าซื้อก็ยอมจ่ายแพงหน่อยดีกว่า เชื่อเถอะค่ะเพราะกลิ่นที่ดีมันบ่งบอกถึงบุคลิกภาพที่ดีและเหมือนเป็นคนที่ดูแลตัวเองดี

 

สรุป

น้ำหอมที่มีคุณภาพดี จะมีการปรุงกลิ่นให้กลิ่นออกมามีความสลับซับซ้อน ของตัวมันเอง

  • กลิ่นแรกที่สัมผัสได้หลังฉีดจะเป็นกลิ่นหนึ่ง
  • เวลาผ่านไประยะนึง 5 ถึง 10 นาที จะให้กลิ่นอีกกลิ่นหนึ่ง
  • หลังจากนั้นจะได้กลิ่นสุดท้ายที่จะยังคงติดตัวเราได้ยาวนานที่สุด

ซึ่งการสังเกตโดยวิธีนี้จะเป็นเรื่องที่ยากสักนิดสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มพิสูจน์กลิ่นน้ำหอม เมื่อดมไปสักระยะหนึ่ง สมองจะสามรถจดจำกลิ่นเพิ่มขึ้นได้เองและแยกเยอะได้เองตามกลไกของสมองนั่นแหละค่ะ

การฝึกการจดจำกลิ่น ด้วยวิธีการทดสอบความซับซ้อนของกลิ่นค้นพบว่าเป็นการฝึกประสาทสัมผัสที่ดีมาก ส่งผลให้สมองมีการพัฒนาได้เป็นอย่างดี และมีความไวต่อการรับกลิ่นต่างๆได้เพิ่มมากขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่า น้ำหอมคุณภาพต่ำจะไม่มีทางสัมผัสได้แบบนี้แน่นอน

 

 

แล้วคุณล่ะ

เคยลองสังเกตุน้ำหอมที่คุณใช้อยู่บ้างหรือยังคะว่าคุณภาพดีคุ้มค่าราคาที่คุณจ่ายหรือไม่?

กดแชร์
Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *