7 เทคนิค พูดยังไงให้คนรักเรา

กดแชร์
Share

“พูดรักษาน้ำใจ” เพื่อให้ชีวิตคุณ “ใช่” มากขึ้น!!

บทความนี้ถูกเขียนขึ้นจากความรู้สึกที่อยากจะ”เตือนตัวเอง” จากความรู้สึกผิด ในวันที่เราเคยใช้คำพูดทำร้ายจิตใจคนรอบตัวเรา ให้เขารู้สึกแย่โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยว่า เราจะเสียเพื่อนสนิท เสียลูกน้องที่ทำงานไป…

คุณรู้สึกอย่างไรคะ เมื่อถูกตำหนิแรงๆ ถูกบ่น ถูกว่า โดนด่า จิกหัวใช้ หรือโดนดูถูก เก็บความรู้สึกที่เคยได้รับเหล่านี้ใส่กล่องความรู้สึกของคุณเอาไว้ค่ะ ว่าคุณคุณรู้สึกแย่กับมันขนาดไหน แล้วลองเอามาคิดกลับกันดูว่า ถ้าบังเอิญคุณสบถคำหรือกิริยาเหล่านี้ออกไปกับคนอื่นโดยไม่รู้ตัวละก็ คนที่ได้รับเค้าจะเกลียดคุณมากขนาดไหน ?

คุณคิดว่า พูดรักษาน้ำใจ กับ พูดตรงๆ คุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน?

คุณอาจจะบอกว่าชอบ “พูดตรงๆ”นะ เพราะมัน ชัดเจนดี เข้าใจง่าย ไม่อ้อมค้อม ไม่เวิ่นเว้อ ไม่น่ารำคาญ มีอะไรคุยมาเลยแมนๆคุยกัน แต่บางทีการพูดที่มันตรงมากเกินไปมันก็กลายเป็นพูดขวานผ่าซาก เปรี้ยง! แสกลงมาที่กลางหน้าเรา เราอาจรู้สึกเฟลรู้สึกแย่ไปเลยก็ได้ เมื่อการพูดมันตรงไปซะทุกเรื่องก็ทำให้คนฟังเกิดอารมณ์หงุดหงิด บันดาลโทสะ ฉุนเฉียว ไม่พอใจ ความเห็นไม่ตรงกัน ถึงกับทะเลาะกัน ตีกันได้ใช่ไม๊ล่ะคะ

พูดยังไงให้คนรักเรา พูดยังไงให้คนเค้าอยากร่วมงานกับเรา พูดแล้วให้รู้สึกน่าฟังอยากฟังต่อ พูดแล้วให้เค้าสนใจตั้งใจฟัง พูดแบบไม่ไปกดใครให้ต่ำลง พูดแล้วเค้ารู้สึกได้ว่าเราจริงใจ ทุกอย่างมันมีศิลปะในตัวของมันเองค่ะ

1. เริ่มประโยค ด้วยความเป็นกันเอง

อาจจะเป็นการไต่ถามสารทุกข์สุกดิบด้วยความห่วงใยและใส่ใจในคำตอบของเขา อย่าลืมใช้คให้ำสุภาพ เหมาะสม และนุ่มนวลด้วยนะคะ “เป็นยังไงบ้างหยุดยาวที่ผ่านมา ไปเที่ยวไหนมาบ้างคะ” การใช้ความเป็นกันเองจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผ่อนคลายและเป็นมิตรด้วยนะคะ อีกเรื่องคืออวัจนะภาษาค่ะ ลักษณะท่าทางการพูดที่ถูกถ่ายทอดออกมาระหว่างดวงตาเราหรือการสัมผัสบางอย่างเช่น การแตะไหล่เพื่อให้กำลังใจ การจับมือเพื่อปลอบปะโลม ปรบมือให้เพื่อให้กำลังใจ ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณและเค้าเข้าถึงกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

2. ฝึกพูด คำว่า”ไม่” แล้วชีวิตคุณจะ “ใช่”

เพราะคำว่า”ไม่” มันพูดให้ดูดียาก พูดให้ความหมายเป็นบวกได้ยากมาก คำบางคำเป็นคำที่มักนำมาใช้ทำร้ายจิตใจคนอื่น แสดงถึงความไม่พอใจในตัวเขาหรืองานของเขา หลายคนใช้คำนี้จนติดเป็นนิสัยซึ่งไม่เป็นผลดีกับตัวคุณเองเลยล่ะค่ะ อยากให้ลองเปลี่ยนวิธีใช้มันดูนะคะ เช่น “ลองทำแบบนี้ดูดีไหม” “แบบนี้ก็ดีนะ ถ้าเพิ่มส่วนนี้อีกหน่อยคุณคิดว่าจะเป็นยังไงคะ” แปลว่า เราไม่ได้ปฏิเสธความคิดของอีกฝ่ายแต่ลองแนะนำเพิ่มเติมเสมือนการชี้แนะเขา

3. มองให้ได้ 3 มุม

การพูดเป็นดั่งดาบ 2 คม ไม่ทิ่มแทงเค้า ก็ย้อนกลับมาแทงที่ตัวเราเอง “สติ”อย่างเดียวอาจไม่พอ คุณต้องฝึกกระบวนการการคิดอย่างมีสติและวิเคราะห์ไปพร้อมๆกันด้วยค่ะ ดูว่าธรรมชาติของเค้าเป็นคนอย่างไร เรื่องไหนควรพูด เรื่องไหนไม่ควรพูด แต่ที่สำคัญไปมากกว่านั้น ทุกครั้งถ้าจะมีการตำหนิ ตัดเตือน แก้ไขข้อผิดพลาดของงาน ให้ลองมองให้ได้ 3 มุม

1. มุมของเรา : เรามองว่าอย่างไร ในตำแหน่ง หน้าที่เรา เราควรมองแบบไหน แก้ปัญหาอย่างไร

2. มุมของเค้า : ถ้าเราเป็นเค้าเราจะทำอย่างไร ถ้าเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน โดนแบบนี้เหมือนกันเราจะรู้สึกอย่างไร แล้วเราจะแก้ปัญหานั้นแบบไหน

3. มุมของบุคคลที่3 หรือคนอื่นๆ ที่มองดู 2 คนนี้อยู่ : เค้าทำอะไรกัน ปัญหาคืออะไร เล็ก ใหญ่แค่ไหน ขนาดที่จะต้องทะเลาะกันเลยอย่างนั้นหรือ ทะเลาะด้วยเรื่องนี้เหตุผลมาจากอะไร เป็นต้น

ถ้าคุณมองให้ได้ครบทุกมุม คุณจะมองเห็นทุกด้านของความคิด เข้าใจเค้า เข้าใจเรา เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดมากขึ้น

4. อย่าติใคร ต่อหน้าคนอื่น

ไม่มีใครชอบการถูกตำหนิค่ะ เราก็เช่นกันใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งโดนด่าต่อหน้าคนอื่นด้วยแล้วล่ะก็ มันช่างเจ็บแค้นแสนสาหัสเสียเหลือเกินจริงๆ การด่าใครต่อหน้าคนอื่นมันเป็นการตั้งใจฉีกหน้าเค้าให้พังยับชนิดที่เรียกว่าคนที่โดนด่านั้นจะจำฝังใจไปจนวันตายเลยทีเดียว และความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเค้าจะเสียไปในทันที สุดท้ายแล้วไม่มีฝ่ายไหนชนะ ไม่มีใครได้ประโยชน์จากการทำแบบนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าไม่ใช่เรื่องที่มีผลกระทบต่อส่วนรวมแนะนำว่าไม่ควรทำอย่างยิ่งค่ะ

5. มีศิลปการชม

ชมเมื่อเค้าทำดี ทำงานได้ดี ช่วยเหลือผู้อื่น มีผลงานที่ดี ทำตัวดี คุณก็ควรชมเค้าด้วยใจที่ปรารถนาดี คำพูด คำจา น้ำเสียงที่ดี หน้าตาปลื้มปิติพลอยยินดีไปกับเค้าด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อความรู้สึกมากนะคะ คนที่ถูกชมเค้าจะเหมือนได้รับของขวัญพิเศษจากคุณ ทำให้มีแรงผลักดัน มีพลังที่จะทำสิ่งนั้นให้ดียิ่งๆขึ้นไป การมีศิลปการชมที่ดีนั้น ไม่จำเป็นจะต้องชมที่ผลงานของเค้าเท่านั้นค่ะ อยากให้ลองชมความน่ารักของเค้า ความมีน้ำใจ ความเอาใจใส่ที่เค้ามีต่อคุณ ชมเครื่องแต่งกาย ชมพาหนะ ชมกระเป๋าถือเค้า หรือสิ่งรอบๆตัวเค้า เพียงเท่านี้ก็เป็นการสร้างความสุขให้เค้าได้แล้ว และเค้าจะเกิดภาคภูมิใจเกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วเขาจะรักเรา แม้เคยเป็นศัตรูกันโกรธไม่มองหน้ากันก็จะหายโกรธเราค่ะ ลองดูนะคะ

6. อย่ารักษาน้ำใจด้วยการพูดอะไรที่มันไม่จริง

บางคนเข้าใจผิดว่าการพูด”รักษาน้ำใจ”เป็นการพูดในสิ่งที่มันไม่จริงเพื่อให้เค้ารู้สึกดี และบางทีคนเรา ก็ชอบที่จะ “รักษาภาพพจน์”(ที่ไม่จริงของตัวเอง)มากกว่ารักษาน้ำใจ จึงเลือกพูดไปในสิ่งที่มันไม่จริงเพราะกลัวว่าถ้าเราพูดความจริงไป”เราจะดูไม่ดี และบางทีก็รักษาน้ำใจ ด้วย”การไม่บอก” ซึ่งทั้งการพูดอะไรที่มันไม่จริงและทั้งการไม่บอก มันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นเหมือนการสนับสนุนการกระทำของเค้าแล้ว ทำให้เขาไม่รู้ตัว แถมยังหลงละเลิงว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้องดีแล้ว

“คิดทุกคำก่อนที่จะพูด แต่ไม่จำเป็นต้องพูด ทุกคำที่เราคิด” ไม่พอค่ะ ต้องเลือกใช้คำที่จะพูดให้เหมาะสมด้วย

7. เจอคำถามที่ต้อง “ฟันธง” หรือ “ตัดสินใจ” บางอย่างแล้วเราไม่แน่ใจ ตอบยังไงให้ดูดี

ถ้าต้องมีการตอบคำถามที่เป็นคำถามปลายปิด “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ควรหรือไม่ควร ดีหรือไม่ดี คุณคิดอย่างไร ต้องทำอย่างไร เจอคำถามพวกนี้แล้วเราไม่รู้หรือไม่แน่ใจในคำตอบ ปัญหาคือถ้าเราไม่ตอบ เราก็ดูแย่ ถ้าเราตอบแล้วตอบผิด ก็ดูแย่ไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นทางเลือกของเราให้เราแถได้แบบแถแล้วดูดี หลักมันอยู่ตรงนี้ค่ะ

⁃ คำตอบของคุณจะต้องไม่ไปพาดพิงใคร ไม่เป็นการตำหนิใคร

⁃ ใช้เหตุมีผลมารองรับ จะให้น้ำหนักกับคำตอบมากขึ้น ตอบช้าๆได้ค่ะ ไม่เป็นไร ค่อยๆใช้ความคิด ตอบอย่างมีสติ ระบุถึงเหตุผลที่มาที่ไปให้ชัดเจน

⁃ คุณสามารถอธิบายได้นะคะในบางเรื่อง ว่าเรื่องนี้”ไม่เกี่ยวกับเราโดยตรง” ด้วยลักษณะงานแล้ว “ดิฉันอยากช่วยมากๆเลยค่ะ เลยอยากแนะนำให้ลองปรึกษาทาง… จะได้คำตอบที่ชัวร์กว่านะคะ” นี่คือการปฏิเสธแบบรักษาน้ำใจ

⁃ ถามกลับไป ทวนคำถามเพื่อ พิจารณามุมมองของเขา แล้ว”คุณคิดยังไงบ้างคะ” แต่กรณีนี้เราต้องมีการเพิ่มเติมความคิดเห็นของเราลงไปบ้างนะ เค้าจะได้รู้สึกได้ว่าเรากำลังพยายามช่วยหาคำตอบอยู่

⁃ หาคำตอบมาให้ภายหลัย คุณสามารถตอบในลักษณะที่ว่า “ดิฉันทราบแต่เพียงว่า… ส่วนที่เพิ่มเติมจะรีบไปค้นหาคำตอบมาให้นะคะ”

“วิธีพูดอย่างไรให้คนรักนี้” ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ และขอขอบคุณจากใจที่อ่านมันจนถึงบรรทัดนี้ แต่สิ่งนี้คงจะเป็นได้เพียงคำแนะนำสั้นๆ ที่ถูกเลื่อนหายไปจากฟีตหน้าเฟสบุ๊คของคุณเท่านั้น ถ้าคุณไม่ลองเปิดใจ!!

กดแชร์
Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *