“กลิ่นเหงื่อ” ของผู้ชายมีมนต์สะกดยิ่งกว่า”น้ำมันพราย”

กดแชร์
Share

ยาวิเศษสุดที่ดีกว่า อาหารเสริมใดๆทั้งหลายทั้งปวง เป็นยิ่งกว่า”ยาอายุวัฒนะ”และมากกว่าเครื่องประดับที่เลอค่า ที่มนุษย์เราใฝ่หาปรารถนาจะครอบครองมากที่สุด นั่นคือ การมี “ฟีโรโมน Active”

“ฟีโรโมนะที่ active ได้ดีคือ “ฟีโรโมนที่ปลดปล่อยกลิ่นได้แรง ปลดปล่อยอย่างช้าๆและทำงานตลอดเวลา ทำให้เป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง มีแต่คนอยากเข้าหา มีแต่คนให้ความสนใจ”

เราทุกคนสามารถสร้างกลิ่นฟีโรโมนเฉพาะของตัวเองได้ก็จริง แต่คนที่สร้างฟีโรโมนแอคทีฟได้มากกว่าแต่นอนว่าเค้าก็จะเหมือนมีสเน่ห์มากกว่า พลังเหมือนดั่งแม่เหล็กขั้นตรงข้าม ดึงดูดใจได้ดีกว่านั่นเอง

คุณคงเคยเห็นข่าวกันบ่อยครั้งนะคะ ที่พวกโจรโรคจิตชอบขโมยชุดชั้นใน กางเกงในผู้หญิงไปดม มีการศึกษาจากทางจิตแพทย์ พบว่า กลุ่มคนจำพวกนี้มักใช้ประสาทสัมผัสการดมกลิ่น ร่วมกันจินตนาการ และเขายังมีการฝึกใช้ประสาทการรับกลิ่นบ่อยครั้ง ทำให้สามารถจดจำกลิ่นฟีโรโมนที่ผลิตมากบริเวณยอดปทุมถันผู้หญิง และสามารถจดจำกลิ่นเหล่านั้นได้

เชื่อไหมว่า กลิ่นเหงื่อของชาย มีมนต์สะกดไม่แพ้น้ำมันพรายเช่นกัน หรืออย่างน้อยก็เป็นสิ่งกระตุ้นอารมณ์ชั้นดีสำหรับสาวๆและเกย์เลยทีเดียว

นักชีววิทยาลุ่มหนึ่งที่ดำเนินการวิจัยกล่าวว่า พวกเขาได้ค้นพบว่ากลิ่นเหงื่อของผู้ชายก่อผลที่ดีต่ออารมณ์เพศหญิง ทำให้คุณเธอจิตใจแจ่มใสอย่างเห็นได้ชัด ช่วยลดความเครียด สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ส่งผลอย่างยิ่งขณะเริ่มเข้าจังหวะการมีเซ็กซ์และยังมีผลต่อรอบเดือนด้วยซ้ำไป

ฟีโรโมน Active ถูกผลิตขึ้นหลังจากการเกิดกระบวนการเมทาบอลิซึมของร่างกายเมื่อออกกำลังกายและผลิตออกมาบริเวณต่อมเหงื่อ ในช่วงแรกๆจะได้กลิ่นอ่อนๆเป็นฟีโรโมนที่ดึงดูดใจได้มาก บวกกันเมื่อเกิดจินตนาการของผู้ที่อยู่ใกล้ยิ่งทำใหญ่มีแรงดึงดูดใจมหาศาลเลยทีเดียว แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักเหงื่อผสมรวมกับ สิ่งสกปรกและแบคทีเรียก็จะเปลี่ยนเป็นกลิ่นเหม็น ที่ไม่พึงประสงค์นั่นเอง

ลองสังเกตดู เมื่อเราเห็นนักกีฬาที่กำลังออกกำลังกายอยู่ ด้วยรูปร่างที่กำยำ ส่วนโค้งเว้าของบอดี้ บวกกับมีเหงื่อค่อยซึมออกมาจากข้างแก้ม แม้ก็ยังไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ใกล้ เราก็รู้สึกถึงได้แรงกระตุ้นบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกดี อยากเข้าใกล้เค้าแล้ว

“แฟนไปฟิสเนสกลับมาทีไร อยากเข้าไปหอมแก้มทุกที” อารมณ์ประมาณนั้นล่ะจ่ะ

การศึกษาตีพิมพ์ในวารสารชีวิทยา Hormone Sexual นักวิจัยได้เก็บตัวอย่างเหงื่อใต้รักแร้ของผู้ชายที่ไม่ได้ใช้ยากำจัดกลิ่นกายนานกว่า 4 สัปดาห์ นำมาสกัดและทาใต้จมูกหญิง 18 คน อายุระหว่าง 25 – 45 ปี ซึ่งทดสอบสภาพอารมณ์ก่อนและหลังจากนั้น 6 ชั่วโมง พบว่าสารสกัดจากเหงื่อใต้รักแร้ทำให้ผู้รับการทดสอบทั้ง 18 คนมีอารมณ์ดีขึ้น และเครียดน้อยลง ผลจากการตรวจสาเคมีในเลือดพบว่าระดับฮอร์โมนเพศหญิงสูงขึ้น คล้ายคลึงกับระดับฮอร์โมนในช่วงเวลาตกไข่

ผู้หญิงที่ร่วมการทดลองทั้งหมด ไม่ได้รับรู้ว่า กลิ่นที่ป้ายจมูกคืออะไร พวกเธอเข้าใจว่าเป็นแอลกอฮอล์หรือขี้ผึ้งธรรมดา

ผู้ร่วมวิจัยรายหนึ่งกล่าวว่า ผลการค้นพบแสดงให้เห็นว่า ชายและหญิงมีการสื่อสารกัน ด้วยสารเคมีจากกลิ่นกายเพื่อเตรียมความพร้อมในการมีเพศสัมพันธ์ในระดับจิตใต้สำนึก

สาวคนไหนที่ชอบยกเสื้อของแฟนดมกลิ่นเหงื่อเล่นตอนเก็บผ้าซัก คงเข้าใจแล้วว่ามันเป็นเรื่องของธรรมชาติ มิใช่โรคจิต อารมณ์ไม่ใช่โรคจิตแต่อาจเป็นจับผิดก็ได้นะฮร้า อันนี้ยกมาเชคดูว่ามีรอยลิปสติกสาวอื่นมั่งป่าว 555

สรุปได้ว่า “กลิ่นเหงื่อ” ของผู้ชายมีมนต์สะกดยิ่งกว่า”น้ำมันพราย” เพราะเป็นฟีโรโมนแอคทีฟที่ดึงดูดใจคนรอบข้างได้แบบวิเศษณ์สุดๆ ทำให้คนที่ได้กลิ่นอารมณ์ดี คลายเครียดและสดชื่นขึ้นไม่เพียงเท่านั้น กลิ่นที่ถูกสรรสร้างให้เทียบเคียงฟีโรโมนนั้นก็สามารถตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการสร้างแรงดึงดูดให้ตัวเองได้เช่นกัน

เราไปลองหาผู้ชายสักคนที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จหมาดๆ มาดมดูกันดีกว่าค่ะ !!

กดแชร์
Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *