เคล็ดลับ เก็บน้ำหอมอย่างไรให้หอมยิ่งกว่าเดิม

กดแชร์
Share

 

เมื่อเราซื้อน้ำหอมมาแล้ว เราก็ควรเก็บรักษาให้ถูกวิธีสักหน่อยนะค้า ซื้อมาตั้งแพง ถ้าใช้ไปนิดเดี๋ยวแล้วกลิ่นเพี๊ยนไปคงเสียดายแย่ เพื่อคงความหอมให้ยาวน๊านนนยาวนานที่สุด จึงมีเคล็ดวิชามาแนะนำกันค่า

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า ตัวการสำคัญที่มันชอบทำร้ายน้ำหอม ก็คือ…

แสงแดด , ความร้อน , ความชื้น , อุณหภูมิที่ขึ้นๆลงทั้งร้อนและเย็น , สภาพอากาศ จ้ะ

 

ทำไมน้ำหอมถึงจะหอมมากขึ้นถ้าเก็บถูกวิธี

อุตสาหกรรมการผลิตน้ำหอมคุณภาพดีและราคาสูงๆนั้น จะมีการออกแบบกลิ่นโดย Perfumer (นักปรุงน้ำหอม) Perfumer จะเริ่มขั้นตอนของการดีไซน์กลิ่นโดยการวางแผนออกแบบคาแรกเตอร์ของกลิ่นออกมาก่อน ซึ่งน้ำหอมที่ถูกออกแบบโดยนักปรุงน้ำหอม แน่นอนว่า 90% จะมีการออกแบบให้น้ำหอมมีกลิ่นที่ซับซ้อนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ของน้ำหอมคุณภาพดีหรือน้ำหอมแบรนด์ทั้งหลายกลิ่นที่ได้จะเป็นกลิ่น 3 ระดับรวมอยู่ในขวดเดียว มีทั้ง Top Notes , Middle Notes , และ Base Notes กลิ่นที่ถูกฉีดออกมาครั้งแรก Top Notes เมื่อผ่านระยะหนึ่งจะเป็น Middle Notes และกลิ่นที่จะติดทนยาวนานที่สุด 6-8 ชั่วโมงคือ Base Notes เมื่อได้คาแรคเตอร์กลิ่น ตามต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือกระบวนการ การผสมหัวเชื้อแต่ละกลิ่นเข้าด้วยกันให้ได้สัมผัสที่ตรงตามแบบที่ต้องการ

 

“น้ำหอมแท้ น้ำหอมแบรนด์ น้ำหอมที่คุณภาพดี ทุกตัว จะต้องผ่านกระบวนการการหมักบ่ม”

 

เพื่อให้กลิ่นหัวเชื้อน้ำหอมที่ถูกนำมาผสมรวมกันกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน และเกิดเป็นกลิ่นที่สลับซับซ้อนมากที่สุด ซึ่งหัวน้ำหอมบางชนิดต้องมีการหมักบ่มนาน ครึ่งปี-1 ปีเลยทีเดียวกว่าจะได้เทคเจอร์ที่เนียนเป็นเนื้อกลิ่นเดียวกัน ทั้งนี้ความหอมลึก ความหวานซึ้ง ความละมุนละไมขึ้น อยู่กับกระบวนการบ่มด้วยเช่นกัน สำหรับน้ำหอมแบรนด์ที่เราซื้อมาบางตัวต้องยอมรับว่า เราใช้ในครั้งแรกๆกลิ่นยังไม่ละมุนเท่าที่ควร กลิ่นที่ว่าหอมหวานแล้ว ถ้าเราเก็บอย่างถูกวิธีมีโอกาสที่จะหวานซึ้ง ละมุน นุ่มลึกได้อีก เมื่อเนื้อกลิ่นกลืนนั้นเป็นเนื้อเดียวกันจนได้ที่

 

การดูแลรักษานั้นไม่ยากเลยค่ะ แค่เพียงเราระวังทั้ง 5 ศัตรูความหอมเท่านั้นเอง ไม่ยากค่ะ

  1. แสงแดด


อยากเก็บน้ำหอมไว้ในที่ที่โดนแดดหรือมีโอกาสถูกแดดเลีย มีแสงส่อง นอกจากแสงแดดแล้วรวมถึงแสงสปอตไลท์ แสงฟลูออเรสเซนต์ที่แรงจัดๆ ก็จะไม่เป็นผลดีต่อน้ำหอมของคุณนะคะ แต่ถ้าเก็บในบ้านตามปกติ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะเพราะแสงในบ้านหรือในห้องนอนเราไม่จัดว่าเป็นแสงที่แรงจนเกินไป

 

 

2. อุณหภูมิ

อุณหภูมิที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดจนเกินไป มีโอกาสทำให้น้ำหอมเปลี่ยนสีและเสื่อมสภาพได้ง่ายนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้านำน้ำหอมไป วางไว้ใกล้กับทีวี ใต้โคมไฟ พวกนี้เป็นแหล่งความร้อนใช้ไปสักพัก ก็จะปล่อยความร้อนออกมา ถ้าวางไว้ใกล้มากๆก็มีโอกาสที่น้ำหอมจะเสื่อมคุณภาพได้ หลายท่านใช้วิธีนำน้ำหอมไปแช่ตู้เย็น ซึ่งอยากจะแนะนำว่าเป็นการเก็บน้ำหอมที่ไม่ถูกวิธีค่ะ การเก็บน้ำหอมที่ถูกวิธีนั้นจะต้องไม่ใช่อุณหภูมิที่สวิงขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นอุณหภูมิห้องปกตินะคะ 15-27 องศาค่ะ

 

3. ความชื้น

เรื่องของความชื้นมีผลต่อคุณภาพน้ำหอมเช่นกัน เพราะน้ำหอมที่เราใช้กันอยู่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอลล์ปนอยู่ด้วย ถ้าวางน้ำหอมไว้ในที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง เช่นห้องน้ำหรือในห้องครัว ยิ่งความชื้นสูงมากเท่าไหร่ยิ่งมีโอกาสเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียได้มากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะปนเปื้อนไปในน้ำหอมของคุณและจะทำให้น้ำหอมเสื่อมคุณภาพง่ายขึ้นเช่นกัน

 

4.ออกซิเจน หรืออากาศ

ข้อนี้ตอบ ข้อสงสัยถึงคุณภาพน้ำหอม “ทำไมน้ำหอมแบ่งขายตามตลาดนัดถึงคุณภาพด้อยกว่าน้ำหอมแบรนด์มาก” ด้วยกระบวนการแบ่งขายหรือแบ่งบรรจุนั้นต้องมีขั้นตอนและวิธีการต่างๆมากมาย ต้องควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมการถ่ายเทอากาศ ล้างทำความสะอาดซ่าเชื้อขวดด้วยแอลกอฮอล์ น้ำหอมแบ่งขายจึงไม่มีทางมีคุณภาพดีเทียบเท่าน้ำหอมแบรนด์ได้เลย การแบ่งบรรจุทำให้ออกซิเจนเข้าไปทำปฏิกิริยาออกซิไดซ์กับหัวเชื้อน้ำหอมและทำให้แอลกอฮอล์ระเหยออกมา จึงเป็นเหตุให้ ไม่แนะนำเลยค่ะสำหรับผู้ที่ซื้อน้ำหอมขวดใหญ่มาแล้วมาแบ่งใส่ขวดเล็กเอง น้ำหอมคุณจะเสื่อมคุณภาพลงทันที

 

5.ฝาควรปิดไว้เมื่อไม่ใช้งาน

ถึงแม้ว่า ถึงจะวางน้ำหอมไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง หรือในตู้โชว์ ตู้ลิ้นชักที ไม่โดนแดด ก็ตามอีกหนึ่งสิ่งที่จะคงความหอมของกลิ่นคือทุกครั้งที่ใช้เรียบร้อยแล้วควรปิดให้เรียบร้อย

 

คุณล่ะค่ะ ที่ผ่านมาคุณเก็บน้ำหอมถูกวิธีกัน หรือเปล่าคะ

 

ลองสำรวจตัวเองดูหรือยัง?

 

กดแชร์
Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *